5 เรื่องที่คนหัดดูแลสวนและต้นไม้จะเริ่มต้นด้วยเบกกิ้งโซดา

302

กระแสต้นไม้และไม้ประดับต่าง ๆ ช่างมาแรงเหลือเกินในช่วงปีที่ผ่านมาและขนาดที่ว่าในหลายหลายเดือนให้หลังนี้เราก็ยังได้เห็นและได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้สวย ๆ ที่เพื่อนเพื่อนของเราหลายหลายคนเริ่มหันมาสนใจไม่ว่าจะเป็นกล้วยไม้ ไม้โบราณ หรือ แบบเรียบง่ายอย่างแคนตัสเล็ก ๆที่ไม่ต้องการการดูแลที่ยุ่งยากเลยเพียงแค่มีน้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ กับแสงแดดอุ่น ๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่เรื่องราวเหล่านี้มันจะมาเกี่ยวข้องกับเจ้าเบกกิ้งโซดาได้อย่างไรกันนะเพราะที่เรารู้จักมาก่อนก็คือเจ้าเบกกิ้งโซดานี้เป็นหนึ่งในสิ่งพวกเราหลาย ๆ คนหรืออาจจะทุกคนมีไว้ที่บ้าน และเราก็ใช้มันเพื่อทำความสะอาด คราบดำสิ่งสกปรกต่าง ๆ หรือมาล้างจานชาม แต่ใกล้จะไปคิดละว่าเจ้าสิ่งนี้มันจะมีประโยชน์มากขึ้นไปอีกด้วยการที่เราสามารถใช้มันเพื่อการดูแลเหล่าต้นไม้ของเราได้ด้วย(ถึงจะไม่ทุกชนิดก็ตามนะ)

พวกเราชาวสัพเพเหระที่เริ่มต้นหัดเลี้ยงต้นไม้ก็เหมือนกับเพื่อนเพื่อนทุกคนนั้นแหละ ก็คือเริ่มหาดูและถามเอาจากคนอื่น ๆ หรือมีการค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับการเลี้ยงต้นไม้ที่เราสนจากจากแหล่งต่าง ๆ เท่าที่จะหาได้ แล้วเราก็บังเอิญไปเจอเข้ากับเจ้าสิ่งสารพันประโยชน์ ใช้แล้วมันก็คือเบกกิ้งโซดาที่จะมาช่วยเราปกป้องเหล่าต้นไม้ของเรา และพอเรารู้เรื่องก็อยากที่จะทำการแบ่งปันสิ่งที่เราค้นพบกับเพื่อนเพื่อนด้วยแต่ถ้าใครรู้แล้วก็ลองมาช่วยบอกเพิ่มได้นะ

1. sาดำที่เพื่อนเพื่อนเห็นตามขอบกระถ่างหรือที่ต่าง ๆ

© PicsFive / Depositphotos

ขั้นตอนง่าย ๆ เพียงแค่เตรียมน้ำผสมสบู่สักหน่อยแล้วเอาเบกกิ้งโซดาใส่ลงไปอาจจะต้องเขย่าให้เข้ากันสักหน่อย แค่นี้คุณก็พร้อมแล้วที่จะนำไปใช้งานในการฉีดรอบรอบกระถ่างต้นไม้หรือ ในส่วนของใบไม้หรือกิ่งไม้ที่มีเจ้าsาดำขึ้นอยู่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้หายไปทันที่แต่มันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอนนอกจากนั้นยังช่วยลดการปรากฏตัวของเพลี้ยที่น่ารำคาญ

© Shnurochek13 / Depositphotos

เพลี้ยเป็นหนึ่งในสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่เหล่าคนที่ดูแลต้นไม้และดอกไม้ต่างไม่อยากให้มาเยี่ยมเยี่ยนแปลงหรือสวนของเราอย่างแน่นอน เนื่องจากเพลี้ยอ่อนตวเล็ก ๆ เหล่านี้ชอบกินลำต้นที่อ่อนนุ่มของพืชและในกระบวนการนี้พวกมันจะขับสารเหนียวบางอย่างที่มีกลิ่นหอมหวานที่ไปดึงดูดมดมาอีก และทำให้เจ้าsาดำปรากฏขึ้นตามมา ซึ่งมีผลต่อกระบวนการสังเคราะห์แสง ดังนั้นขั้นตอนแรกที่คุณสามารถทำได้ก็คือการใช้น้ำผสมที่เตรียมไว้นั้นแหละฉีดไปที่บริเวณดอกและใบของเหล่าต้นไม้น้อย ๆ ของคุณเพื่อเป็นเหมือนเกราะป้องกันเล็ก ที่พอจะช่วยกันได้และสิ่งที่คุณจะได้ต่อมาด้วยนั้นก็คือ เมื่อไม่มีสารหอมหวานของเพลี้ยแล้วเจ้ามดก็จะไม่ตามมาอีกด้วยฟังดูเริ่มที่จะเข้าท่าขึ้นมาบ้างแล้วละสิ

เพราะหากเราสามารถจัดการกับต้นเหตุของปัญหาได้ตั้งแต่แรกแล้วละก็มันก็จะไม่สร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกอย่างแน่นอน

นอกจากใช้ทำความสะอาดแล้วมันยังมีประโยชน์ในการวัดคุณภาพดินได้อีกด้วยนะ

© eskaylim / Depositphotos

พวกเราที่เริ่มเลี้ยงต้นไม้หรือคนที่เลี้ยงมานานแล้วต่างทราบกันดีว่าดินที่ดีนั้นมีผลต่อต้นไม้อย่างแน่นอนและดินที่ดีใัยเป็นอย่างไรละนั้นก็คือดินที่มีค่าเป็นกลางนั้นเองเพราะยิ่งค่า pH ดินเป็นกลางมากเท่าไหร่พืชก็จะเติบโตได้ดีและปราศจากเหล่าแมลงหรือสิ่งรบกวนพืชมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าหากคุณมีเครื่องมือดีดีก็สามารถนำมันออกมาวัดค่าPH เหล่านั้นเพื่อนค่อยดูและบำรุงรักษาได้ตลอดเวลา แต่ถ้าหากมือสมัครเล่นแบบเราๆต้องการทราบละจะทำยังไงได้บ้างวันนี้พวกเราก็มีขั้นตอนเล็กมาบอกหากว่าเพื่อนเพื่อนต้องการทราบว่าสวนของเพื่อนเพื่อนนั้นมีดินชนิดใดคุณก็ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย

  • ใช้กะหล่ำปลีแดงม่วงสับแล้วเทลงในน้ำกลั่นหรือน้ำดื่มจากขวดที่ต้มจนเดือด
  • ปล่อยทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วกรองน้ำออก น้ำสีม่วงที่ได้มานั้นจะมีค่า pH เป็นกลาง
  • ขั้นตอนการทดสอบว่าน้ำของเราพร้อมคือลองใส่น้ำกะหล่ำปลีลงใน 2 ถ้วยแยกกัน : ในถ้วยใดถ้วยหนึ่งให้ใส่น้ำส้มสายชู (น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มเนื่องจากความเป็นกรด) และอีกอย่างหนึ่งคือเบกกิ้งโซดา (จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือเขียวเนื่องจากความเป็นด่าง) ซึ่งสีเหล่านี้คือสีที่จะบอกเรานั้นเอง
  • จากนั้นในภาชนะที่แยกจากกันให้ใส่ดิน 1 หรือ 2 ช้อน และรอ 30 นาที
  • ถ้าน้ำเปลี่ยนเป็นสีชมพูแสดงว่าดินเป็นกรด ถ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือเขียวแสดงว่าเป็นด่าง ถ้ามันยังคงเป็นสีม่วงแสดงว่าคุณมีดินที่สมบูรณ์แบบของความเป็นกลางยังไงละ

และหลังจากทำสิ่งต่าง ๆ มาแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาทำปุ๋ยหมักใช้เองแล้ว

© lightpoet / Depositphotos

หลังจากข้อที่ผ่านมาเกี่ยวกับการทดสอบความเป็นกลางตอนนี้คุณรู้แล้วว่า pH ที่เป็นกลางนั้นดีที่สุดสำหรับพืช ดังนั้นเรามาเริ่มการทำงานกับปุ๋ยหมักของคุณกันดีกว่าโดยเริ่มต้นจากสิ่งที่มีในบ้านนี้แหละ จากขยะอินทรีย์ทั้งหมดจากบ้านของคุณเช่น กระดาษแข็ง หินบด เศษอาหารที่ล้างน้ำเอาคราบไขมันออกแล้ว เศษกิ่งไม้หั่นฝอยและจำไว้ว่าภาชนะหรือถังเก็บต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอากาศถ่ายเทได้สะดวกโดยอาจจะเป็นถังพลาสติกเจาะรู้เล็ก ๆ รอบๆให้ระบายน้ำและอากาศได้แล้วขุดฝังลงไปให้ดิน นำใบไม้แห้งหรือกิ่งไว้ลงไปก่อนค่อยๆใส่เศษกระดาษฉีกลงไปและตามด้วยเศษอาหาร และใส่ปุ๋ยหมักลงไปเล็กน้อยทำแบบนี้เป็นชั้น ๆ แล้วทิ้งไว้ 7-10 วันก็สามารถนำมาใช้งานได้แล้วเพื่อป้องกันมดก็โรยเบกกิ้งโซดารอบๆ. ถังเท่านั้นเองแค่นี้ก็มีปุ๋ยสำหรับดูแลต้นไม้จากเศษขยะต่าง ๆ ภายในบ้านแล้ว

แล้วเพื่อนเพื่อนละคุณรู้หรือยังมีวิธีดีดีอะไรที่มาช่วยดูแลต้นไม้หรือสวนของเพื่อนเพื่อนอีกไหมยังไงก็ แบ่งปันเคล็ดลับเหล่านั้นกับพวกเราด้วยสิ
ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside — เรียบเรียงโดย สัพเพเหระ